เป็นพนักงาน 7-Eleven แล้วได้อะไรบ้าง
7-Eleven วางแผนการตลาดตั้งเป้าเพิ่มสาขาปีละ 700 แห่ง ด้วยเป้าหมาย 13,000 สาขาในปี 2563 จากปัจจุบันที่เปิดไปแล้ว 10,268 สาขา นี่คือสุดยอดธุรกิจที่ใกล้ชิดคนไทยเป็นอย่างมาก และเชื่อว่าทุกคนก็รู้จัก 7-Eleven เป็นอย่างดี เผลอๆ ใน 1 วันเราอาจใช้บริการ 7-Eleven มากกว่า วันละ 2-3 ครั้งกันเลยทีเดียว
และด้วยการภาพรวมทางธุรกิจที่เติบโตอย่างดี บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) จึงเป็นองค์กรที่มุ่งเน้นในเรื่องการบริหารจัดการและดูแลพนักงานทุกคนเป็นอย่างดี www.ThaiSMEsCenter.com เชื่อว่านี่คือต้นแบบของการบริหารที่ธุรกิจต่างๆ ควรศึกษาเป็นแนวทางไว้
ภาพจาก cpall.co.th
ปัจจุบันทางบริษัทมีพนักงานรวมกว่า 100,000 คน ซึ่งการที่จะให้คนจำนวนมากเหล่านี้ทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อขับเคลื่อนให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย โดยพนักงานยังคงมีความสุขและสนุกกับการทำงานได้นั้น บริษัท จำเป็นต้องสร้างวัฒนธรรมและค่านิยมในการทำงานร่วมกันให้เกิดขึ้นเพื่อใช้เป็นหลักในการบริหารจัดการบุคลากรเพื่อประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์
ซีพี ออลล์ เชื่อว่าวัฒนธรรมองค์กรคือ “พลังชีวิตขององค์กร” ที่ทำให้องค์กรเข้มแข็งและเติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งหลักการทำงานที่ทุกคนต้องมีคือ รักงาน , มีความมุ่งมั่นเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย , รักลูกค้า , ให้บริการลูกค้าอย่างดีที่สุด , พฤติกรรมสุจริต ซื่อสัตย์ โปร่งใส , รักองค์กรและทีมงาน , รวมถึงต้องต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ภาพจาก bit.ly/30uce8R
ซึ่งการเป็นพนักงานร้าน 7-Eleven ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับ “สินค้าและบริการ” ที่หลากหลากหลาย หน้าที่ของพนักงาน7-Eleven ที่เห็นบ่อยๆคือการ พื้น, การเติมสินค้าในเชลฟ์, การจัดเรียงเก็บสินค้าหลังร้าน, การดูแลตู้แช่น้ำ, ชงโอวัลติน กาแฟ ชา, การปรุงอาหารแช่แข็ง หรือบางสาขาพนักงานก็มีบริการปรุงอาหารตามสั่งสารพัดเมนู ที่ส่วนใหญ่เป็นอาหารเช้าง่ายๆ
รวมถึงหน้าที่หลักคือการยืนประจำแคชเชียร์คิดเงิน หรือบางสาขาก็มีบริการถ่ายเอกสาร บริการซักรีด รวมถึงรับจ่ายบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ยังไม่รวมการจำสิทธิ์แลกซื้อและสารพัดโปรโมชั่นที่ 7-Eleven ทำแคมเปญร่วมกับซัพพลายเออร์ ซึ่งพนักงานต้องจำให้ได้ว่าตอนนี้มีสินค้าตัวไหนแลกอะไรได้บ้าง ดังนั้นใน 1 วัน 7-Eleven จึงต้องใช้พนักงาน 3 กะ เช้า-บ่าย-ดึก หมุนสลับกันไปเพื่อเปิดบริการตลอด 24 ชม.
ภาพจาก bit.ly/2uaGR7u
ซึ่งการจ้างงานของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้ยึดมั่นในสิทธิมนุษยชนโดยให้การปฏิบัติอย่างยุติธรรมและเท่าเทียมตั้งแต่การคัดเลือก การปฏิบัติงาน และโอกาสก้าวหน้าในสายงานนั้นๆ โดยไม่แบ่งแยกเพศ อายุ เชื้อชาติ ศาสนา และลักษณะทางกายภาพ เช่น การจ้างงานบุคคลทุพลภาพถึง 1.384 คน ( ปี 2560-2561) เป็นต้น
ทั้งนี้ในด้านนโยบายสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ สายงานทรัพยากรบุคคล จะทบทวน นโยบายสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ เป็นประจำทุกปี โดยรวบรวมข้อมูล ผลจากการสำรวจความผูกพันของพนักงาน (ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ)
และมีการวิเคราะห์เทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อทบทวนโครงสร้างเงินเดือนและระดับการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทน สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ เพื่อนำไปปรับปรุงนโยบายสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ สำหรับพนักงาน ให้สอดคล้องกับสภาวะแรงงานในแต่ละท้องถิ่น
ตัวอย่างสวัสดิการ และสิทธิประโยชน์อื่นๆ (บางส่วน)
ภาพจาก bit.ly/375H5Lq
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- โครงการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย
- ทุนการศึกษา พนักงาน หรือ บุตร
- ประกันอุบัติเหตุและประกันชีวิต
- สวัสดิการยืมเงินกรณีเจ็บป่วยที่เป็นคนไข้ใน (กรณีฉุกเฉิน)
- เงินช่วยเหลือกรณีวีรกรรม
- ข้าวฟรี (โครงการอิ่มท้อง-อิ่มใจ)
- ค่ารักษาพยาบาลสำหรับพนักงาน
- ประกันสุขภาพ
- เงินช่วยเหลือกรณีมรณกรรม (พนักงานและครอบครัวพนักงาน)
- ของเยี่ยม พนักงานเจ็บป่วยกรณีคนไข้ใน
- สิทธิพิเศษให้พนักงานที่เกษียณอายุ ในการเป็นเจ้าของร้าน Store Business Partner (เดิมเรียกร้านแฟรนไชส์)
- เงินช่วยเหลือประสบภัย (วาตภัย อุทกภัย อัคคีภัย) เป็นต้น
โดยในปี 2018 บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)ได้ดำเนินการจัดตั้งให้มีคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการขึ้นในบริษัท โดยการเลือกตั้งผู้แทนของพนักงานทั้งหมดเป็นกรรมการเพื่อร่วมปรึกษาหารือและเสนอความคิดเห็นในเรื่องสวัสดิการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพนักงานและบริษัทฯ ซึ่งทำให้มีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมคือ
ภาพจาก bit.ly/2RpvEHZ
- โปรแกรมตรวจสุขภาพพิเศษ สำหรับพนักงานสายงานกระจายสินค้าที่ทำงานในคลังเย็น
- เพิ่มการบริการการตรวจมะเร็งปากมดลูกสำหรับพนักงานสายงานปฎิบัติการในการตรวจสุขภาพประจำปี
- สวัสดิการสำหรับพนักงานหญิงที่ตั้งครรภ์สำหรับพนักงานสายงานสายงานกระจายสินค้าโดยบริษัทได้เพิ่มรูปแบบสวัสดิการชุดคลุมท้องให้กับพนักงานหญิงสายงานกระจายสินค้า
ภาพจาก bit.ly/2uaHbTK
และจากการทำงานที่เป็นระบบการดูแลพนักงานที่ดีเหล่านี้ ผลสำรวจความผูกพันและความพึงพอใจของพนักงานจึงสูงถึง 82% ในปี 2561 สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นตัวอย่างที่ดีขององค์กรที่ประสบความสำเร็จ ว่าไม่ใช่จะมองแค่ธุรกิจตัวเอง
เจ้าของธุรกิจที่ดีต้องใส่ใจลูกน้อง ดูแลลูกน้องให้เหมือนคนในครอบครัว ไม่ใช่จ้องแต่จะเอาเปรียบ เพิ่มแต่งานแต่ไม่เพิ่มเงิน การไม่ซื้อใจพนักงานก็เท่ากับการทำให้องค์กรไม่ก้าวหน้า เป็นหลักคิดสำคัญที่คนทำธุรกิจควรศึกษาให้เข้าใจด้วย
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ goo.gl/Io5k2S
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter
อ้างอิงข้อมูลจาก https://bit.ly/2RvjX2s