อาณาจักร “เซ็นทรัล” เปิดแผนทุ่มงบแสนล้าน ชิงทำเลทองทั่วประเทศ

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังผันผวนแต่การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกยังดุเดือดมาก ถ้าไปดูแผนเมกะโปรเจกต์ของทุนใหญ่แล้วจะเห็นว่าเอาจริงกับการชิงทำเลทองในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ อย่างเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ชัดเจนมากกับแผนลงทุนระยะยาว 5 ปี (2568 – 2572) งบลงทุน 1.20 แสนล้านบาท ทั้งการขยายโครงการในเครือทั้งธุรกิจศูนย์การค้า ธุรกิจสำนักงาน ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจที่พักอาศัย

ซึ่งก็ต้องยอมรับว่านี่คือแบรนด์ระดับบิ๊กเนมของเมืองไทยที่มีประสบการณ์ในธุรกิจมายาวนาน ถ้าไปดูรายได้ของบริษัทในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 ที่ผ่านมารายได้รวมกว่า 25,717 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 8,710 ล้านบาท

เหตุผลที่ทำให้ธุรกิจเติบโตส่วนหนึ่งมาจากนักท่องเที่ยวที่มากขึ้นซึ่งคาดว่าในปี 2568 นี้จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 35 ล้านคน ผสมผสานกับการพัฒนาโครงการรูปแบบผสม (Mixed-use Development) ซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัทฯ ทำให้ผลประกอบการ เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง ลองไปดูกันว่าเมกะโปรเจกต์ของ อาณาจักร “เซ็นทรัล” มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

1. เดอะเซ็นทรัล พหลโยธิน (The Central)

อาณาจักร เซ็นทรัล
ภาพจาก www.facebook.com/CentralPattanaFanpage

งบลงทุน 2 หมื่นล้านบาท มีแผนเปิดตัวในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 เป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ เชื่อมต่อทั้งเส้นทางพหลโยธิน และวิภาวดี ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Future Place for All มีพื้นที่ศูนย์การค้า 460,000 ตร.ม. โดยจะเปิดคู่กันไปกับ Central ลาดพร้าว

2. Central Khonkaen Campus

อาณาจักร เซ็นทรัล
ภาพจาก www.facebook.com/CentralPattanaFanpage

ห้างเซ็นทรัลแห่งที่ 2 ในขอนแก่น เป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาด 30 ไร่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ The New Dimension of Lifestyle มีพื้นที่ห้าง 67,000 ตร.ม. มีคอนโดและโรงแรม GO! Hotel แห่งแรกในอีสาน ตั้งเป้าเปิดตัวในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569

3. Central Northville

อาณาจักร เซ็นทรัล
ภาพจาก www.facebook.com/CentralPattanaFanpage

โครงการมิกซ์ยูสใหม่ ใหญ่สุดใจกลางนนทบุรี ตั้งอยู่บนพื้นที่เดิมของเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Biophilic Design ยกธรรมชาติมาไว้ในอาคาร พื้นที่ศูนย์การค้า 210,000 ตร.ม. ตั้งเป้าเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569

4. Central Park

อาณาจักร เซ็นทรัล
ภาพจาก www.facebook.com/CentralPattanaFanpage

โครงการที่อยู่ภายใต้ มิกซ์ยูส ดุสิตเซ็นทรัลพาร์ค มีขนาดพื้นที่ศูนย์การค้าประมาณ 1.30 แสนตร.ม. มีแผนเปิดในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมดึงแบรนด์แฟชั่นระดับโลกมาเปิดให้บริการกว่า 230 แบรนด์

5. เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

ภาพจาก www.facebook.com/CentralPattanaFanpage

ที่พลิกโฉมใหม่บนพื้นที่ 130 ไร่ และขยายโซนกาดหลวง Indoor Local Market เพิ่มขึ้นอีก 3 เท่าตัวเป็น 1 หมื่น ตร.ม. พร้อมจัดทำโซน Hug Craft & Nothern Village ร่วมดึงดูดกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยว มีแผนเปิดตัวในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569

6. เซ็นทรัล ภูเก็ต

ภาพจาก www.facebook.com/CentralPattanaFanpage

มีแผนขยายพัฒนาพื้นที่ลักชัวรี อีกประมาณ 20,000 ตร.ม. ใช้งบลงทุนประมาณ 3,000 ล้านบาท และมีแผนเปิดเพิ่มเฟสแรกในช่วงไตรมาส 3 ปี 2568

7. เซ็นทรัล กระบี่

ภาพจาก www.facebook.com/CentralPattanaFanpage

มาพร้อมแนวคิด World-Class Tourist Destination ที่จะทำให้มีพื้นที่ศูนย์การค้ากว่า 400,000 ตร.ม. และไม่ใช่แค่ห้างสรรพสินค้าแต่มีโครงการที่อยู่อาศัยร่วมด้วย คาดว่าเฟสแรกจะเปิดให้บริการได้ในเดือนตุลาคม 2568

นอกจากนี้ยังมีโครงการที่เตรียมรีโนเวทศูนย์การค้า ได้แก่ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า มีแผนเปิดโฉมใหม่ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ มีแผนเปิดในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี2568 และ เซ็นทรัล บางนา มีแผนเปิดไตรมาส 3 ของปี 2569 ทั้งนี้ตามแผนที่วางไว้ในปี 2568 บริษัทมีโครงการมิกซ์ยูส ทั้งหมด 30 โครงการ และปี 2569 มีโครงการมิกซ์ยูส ทั้งหมด 37 โครงการ

แผนเมกะโปรเจกต์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังและเดินหน้าพัฒนาธุรกิจให้ครบวงจร ครอบคลุมทุกความต้องการ เข้าถึงลูกค้าได้ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ในยุคที่การแข่งขันดุเดือดการช่วงชิงทำเลทองที่ได้เปรียบและการลุยตลาดเพื่อเป็นผู้นำจึงมีความสำคัญมาก ในอีกมุมหนึ่งการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ค้าปลีกในเมกะโปรเจกต์เหล่านี้อาจมีส่วนกระตุ้นให้ธุรกิจ SMEs ได้มีพื้นที่ในการค้าขายได้มากขึ้นด้วย

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy)

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด