สร้างเศรษฐีใหม่ด้วย “สเต็กเด็กแนว” สตรีทฟู้ด รวยไว รายได้ดีจริง!
รวยด้วย “สเต็ก” เป็นเรื่องจริงที่ทำได้ แต่ก็ใช่ว่าทุกคนที่ทำจะสำเร็จ แม้ว่าสเต็กจะเป็นเมนูสตรีทฟู้ดที่ซื้อง่าย ทานง่าย ราคาไม่แพง แถมทุกวันนี้มีให้เลือกหลายระดับตั้งแต่ริมทางไปจนถึงร้านพรีเมี่ยม บางคนที่อยากมีธุรกิจของตัวเองก็หันมาเปิดร้านสเต็กก็มีทั้งที่รุ่งและไม่รุ่ง ถ้าให้นิยามว่าเคล็ดลับความสำเร็จของธุรกิจนี้มีอะไรบ้างก็น่าจะเป็นในเรื่องเหล่านี้
- รสชาติต้องถูกใจลูกค้า ถือเป็นความสำคัญอันดับแรกที่จะทำให้ธุรกิจไปรอดหรือไม่
- ทำเลต้องดี อยู่ในย่านที่กลุ่มลูกค้าเช่นนักเรียน นักศึกษา คนวัยทำงาน เป็นต้น
- วัตถุดิบต้องคุณภาพดี มีการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นร้านในระดับไหนก็ตาม
- บริการที่ดีและมีความเป็นกันเองกับลูกค้าให้รู้สึกว่ามานั่งทานแล้วสบายใจ
- ราคาสมเหตุสมผล ก็ต้องขึ้นอยู่กับรูปแบบร้านให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายไป
- การทำตลาดทั้งออนไลน์+ออฟไลน์ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้นและเพื่อแข่งขันกับแบรนด์อื่นได้
- การบริหารจัดการร้านมีประสิทธิภาพ เพราะไม่ว่าจะธุรกิจใดก็ตามต้องมีเรื่องต้นทุนวัตถุดิบ แรงงาน ค่าบริหารจัดการต่างๆ สิ่งเหล่านี้ต้องระบบในการควบคุมเพื่อให้เกิดคุณภาพ
จะเห็นได้ว่าการเปิดร้าน “สเต็ก” แม้จะเป็นร้านเล็กๆ 1 ร้านแต่ก็มีหลายปัจจัยมาเกี่ยวข้อง ดังนั้นคนที่ไม่มีประสบการณ์ จึงค่อนข้างยากที่จะเอาตัวรอดได้ วิธีที่ดีที่สุดเพื่อให้ลงทุนแล้วเห็นผลได้ทันที ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ คือการลงทุนแฟรนไชส์ ในกลุ่มคนทั่วไปที่อาจไม่มีเงินทุนมากนัก ก็สามารถเลือกลงทุนกับแฟรนไชส์ที่เริ่มต้นไม่แพง แต่มีประสบการณ์มานาน ซึ่ง “สเต็กเด็กแนว” คือการลงทุนที่ตอบโจทย์มาก การันตีจากหลายสาขาที่ประสบความสำเร็จ สร้างผู้ลงทุนให้เป็นเศรษฐีมาหลายสาขาทั่วประเทศ
สเต็กเด็กแนว “สร้างอาชีพให้คนไทย” เริ่มต้นได้ทันที

“สเต็กเด็กแนว” แฟรนไชส์ร้านสเต็ก ที่ตอบโจทย์สำหรับคนอยากมีรายได้เพิ่ม คนว่างงาน คนที่ต้องการสร้างรายได้เพิ่ม หรือคนที่อยากมีธุรกิจของตัวเอง ก็เลือกลงทุนได้ทันที กับจุดเด่นแบบเน้นๆ ได้แก่
- ลงทุนน้อย เริ่มต้นเพียง 15,900 บาทเท่านั้น
- ได้อุปกรณ์+วัตถุดิบ(ตามแพ็กเกจ) พร้อมเปิดร้าน
- ตั้งราคาขายได้เอง กำไรกว่า 80%
- มีหลายเมนูให้ลูกค้าเลือก ทั้งสเต็กปลา , สเต็กหมู , สเต็กไก่ , สเต็กเนื้อวัว
- สินค้าราคาไม่แพง ถูกใจคนยุคนี้ที่ต้องการอาหารอร่อยๆ แบบคุ้มค่า
- ไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะในการเปิดร้าน มีโต๊ะแค่ 2 – 3 ตัวก็เริ่มธุรกิจได้
- ขายได้ทั้งหน้าร้านและเดลิเวอรี่
- มีการฝึกอบรมสอนเทคนิคให้ก่อนเปิดร้าน
- ไม่มีค่ารายเดือน รายปี ไม่มีหักเปอร์เซ็นต์ยอดขาย
- มีปัญหาตรงไหนสามารถปรึกษาทีมงานที่พร้อมดูแลคนลงทุนเป็นอย่างดี
ปัจจุบันมีแพ็กเกจให้เลือกลงทุนได้ 4 รูปแบบ
- เซตเฮงรับรวย ราคา 15,900 บาท
- เซตเฮงพร้อมรวย ราคา 16,900 บาท
- เซตปังอลังการ ราคา 23,900 บาท
- เซตปังปังปัง ราคา 29,900 บาท




ถ้าดูจากตัวเลขเริ่มต้นก็ถือว่าไม่แพง และได้อุปกรณ์ครบ+วัตถุดิบให้พร้อมเปิดร้าน (ตามแพ็กเกจที่เลือก) โดยมีเมนูให้เลือกเยอะมากเช่น สเต็กหมูพริกไทยดำ , หมูสไปซี่ , พอร์คชอพ , ซี่โครงBBQ ,สเต็กปลาดอลลี่ , ปลาแซลมอน , ริปอาย , ผักโขมอบชีส , สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า เป็นต้น
ร้านสตรีทฟู้ดริมทาง! แต่รายได้ดีจริงกำไร 80%

การวางคอนเซปต์ของสเต็กเด็กแนว เน้นความเรียบง่าย เจาะกลุ่มลูกค้าคนวัยเรียน วัยทำงาน นักศึกษา กับเมนูสเต็กราคาไม่แพงเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น แต่ทุกเมนูเน้นวัตถุดิบที่มีคุณภาพ อย่างเช่นสันนอกหมู เป็นส่วนเนื้อแดงส่วนหลังของหมู จะมีไขมันติดอยู่พอสมควร เนื้อส่วนนี้ความนุ่มเหนียวระดับกลางๆ ไม่มากไม่น้อยเกินไป
เมนูยอดฮิตจากวัตถุดิบนี้คือสเต็กหมูสันนอกหมักพริกไทยดำ รสชาติอร่อยมาก หรือพอร์คชอพ คือเนื้อส่วนที่คล้ายกับทีโบนในเนื้อวัวคือเนื้อสันติดกระดูก เมนูยอดฮิตจากวัตถุดิบนี้คือ สเต็กหมูพอร์คชอพลักษณะเนื้อติดกระดูกแทรกด้วยมันหมู เมื่อนำไปย่างจึงมีความหอมนุ่มเป็นเอกลักษณ์เฉเพาะตัว
ถ้าพิจารณาจากงบลงทุนเบื้องต้นเช่นเซตปังตลาดแตก 15,900 บาท งบลงทุนจริงๆ สำหรับเปิดร้านก็ประมาณ 25,000 – 30,000 บาท เป็นค่าเช่าที่ (ในเรตที่ไม่แพง) กับค่าอุปกรณ์บางรายการที่นอกเหนือจากมีในแพ็กเกจ ที่เหลือก็อาจเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับใช้ในร้าน

ราคาเริ่มต้นของเมนูคือ 59 บาท เป็นสเต็กชิ้นใหญ่ ราดซอสมาชุ่มฉ่ำน่ารับประทาน ถ้าในแต่ละวันขายได้ 100 จาน รายได้ประประมาณ 5,900 บาท ในแต่ละเดือนจะมีรายได้ประมาณ 177,000 เท่ากับว่ารายได้ตรงนี้ถ้านำไปหักลบต้นทุนต่างๆถ้าคำนวณกำไรที่ 80% จากยอดขายเท่ากับมีกำไร 141,600 บาท
อย่างไรก็ดี ตัวเลขที่เรามาคิดนี่คือตัวเลขโดยประมาณการในบางสาขาที่เปิดใหม่อาจขายได้น้อยหรือมากกว่านี้ก็ขึ้นอยู่กับทำเลและกลยุทธ์ในการบริหารจัดการร้าน แต่โดยรวมแล้วมองเห็นภาพว่าเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ดีมาก มีหลายสาขาที่ประสบความสำเร็จในการสร้างรายได้กลายเป็นเศรษฐีด้วย “สเต็กเด็กแนว” ยกตัวอย่างสาขาคู้บอน 27 , สาขารัชดา 36 (ซ.เสือใหญ่) ,สเต็กเด็กแนว สาขาตรัง เป็นต้น
อยากลงทุนกับ “สเต็กเด็กแนว” ต้องเริ่มอย่างไร?

ก่อนตัดสินใจลงทุนกับสเต็กเด็กแนว แนะนำให้ลองไปใช้บริการของสเต็กเด็กแนวที่มีหลายสาขา ลองไปดูว่าเมนูอร่อยแค่ไหน บริการเป็นอย่างไร สังเกตว่ามีลูกค้าในร้านมากน้อยแค่ไหน เมื่อตัดสินใจลงทุนแน่นอนขั้นแรกที่ต้องมีคือทำเล ควรหาทำเลในการเปิดร้านที่เหมาะสม จากนั้นติดต่อไปทางแฟรนไชส์ซึ่งจะได้รับคำแนะนำ ในเรื่องการลงทุนที่จะทำให้มองเห็นภาพชัดเจน ซึ่งทางแฟรนไชส์พร้อมจัดอุปกรณ์ให้พร้อมเปิดร้าน เช่น เคาน์เตอร์ , เตาย่าง , หม้อทอด , หม้ออบลมร้อน , ร่มสนาม , ป้ายสื่อโฆษณาต่างๆ
รวมถึงสอนการเลือกซื้อวัตถุดิบ และการสอนทำเมนูต่างๆ ให้เราเริ่มต้นเปิดร้านได้อย่างมืออาชีพ ในช่วงแรกอาจเน้นการทำตลาดเพื่อให้คนรู้จักและเป็นการสร้างฐานลูกค้าให้ร้านตัวเอง จนเมื่อถึงจุดหนึ่งที่ร้านเริ่มอยู่ตัว มีลูกค้ามากขึ้น ก็จะสามารถสร้างรายได้ที่มากขึ้น บางสาขารายได้ดีกว่าการทำงานประจำ และกลายเป็นธุรกิจที่ไม่ใช่แค่อาชีพเสริมแต่กลายเป็นรายได้หลัก ถึงขนาดที่บางคนขยายสาขาที่ 2 ที่ 3 ของตัวเองกันเลยทีเดียว

เหนือสิ่งอื่นใดเราต้องไม่ลืมว่ายุคนี้ต้นทุนวัตถุดิบทุกอย่างเพิ่มสูง สวนทางกับรายได้ของคนส่วนใหญ่ที่ลดลง การบริหารจัดการร้าน การวางแผนสำรองเพื่อรับมือในกรณีฉุกเฉินก็เป็นสิ่งที่จำเป็น แต่ด้วยชื่อของสเต็กเด็กแนวที่มีประสบการณ์มายาวนาน พร้อมดูแลคนลงทุนเป็นอย่างดี มีปัญหาก็ปรึกษาทีมงานได้ตลอดเวลาเพื่อเติบโตและก้าวหน้าเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันทุกสาขาทั่วประเทศ
สเต็กเด็กแนว
สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก
https://bit.ly/3nFbRVN
โทร. 094-9891222 , 080-8987222 , 084-6333602
ดาวเด่นแฟรนไชส์ : Star Franchise
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
- อยากสร้างแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Ive14C
- อยากทำเป็นแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3IrrH0k
- รู้เรื่องกฎหมาย สัญญาแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Iu5WNu
- รวมความรู้แฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Pe0m5s
อ้างอิงจาก คลิกที่นี่
สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น
ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี
ลักษณะงาน
- เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
- ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
- มอบหมายงานและติดตามงาน
- อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ
1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้
- ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
- ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
- การปฏิบัติงาน
- เป้าหมายในอนาคต
2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ
- การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
- การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
- การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
- การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)
3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)
- การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
- สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
- กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
- มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม
4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ
- แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
- แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์
5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์
- รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
- ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
- ปรับปรุงแก้ไข
- พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง
การปฎิบัติงาน
- สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
- ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา
เงื่อนไขอื่นๆ
- การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์
อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้
สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy)