ธุรกิจห้องเช่า! อย่าตั้งราคาถูก มีคนเช่าแต่ไม่ได้กำไร

การทำ ธุรกิจห้องเช่า อาจจะไม่ได้เป็นเรื่องที่ง่ายอย่างที่ทุกคนคิด โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการสร้างห้องเช่าราคาถูก เนื่องจากมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง

ธุรกิจห้องเช่า

1.ทำเลในการสร้างห้องเช่า

เมื่อโจทย์คือการสร้างห้องเช่าราคาถูก กลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มผู้ที่มีรายได้ไม่สูง ดังนั้น การเลือกทำเลจึงควรอยู่ใกล้สถานศึกษา หรือโรงงาน ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายใช้ชีวิตประจำวันอยู่จำนวนมาก และควรมองไปถึงอนาคตด้วยว่าทำเลนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นในอีก 5-10 ปีข้างหน้าบ้าง

2.สำรวจความต้องการลูกค้า

โดยเฉพาะอัตราการเข้าพัก ความต้องการที่จะเข้าพัก หรือหาข้อมูลไปถึงค่าเช่ารายอื่นว่าตั้งราคาอยู่เท่าไหร่ อะไรคือสิ่งที่ให้บริการผู้เช่าบ้าง ข้อมูลเหล่านี้นำมาทำเป็นจุดเด่นให้ห้องเช่าเราแตกต่างได้

ธุรกิจห้องเช่า

3.รู้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เช่น พระราชบัญญัติผังเมือง ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดความสูงของตึก พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร รวมไปถึงพระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากสร้างห้องเช่าจำนวนห้องมากกว่า 80 ห้อง ก็จำเป็นต้องทำรายงานศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมประกอบด้วย

4.วางงบในการลงทุนให้เหมาะสม

หากเป็นไปได้ควรใช้เงินส่วนตัวลงทุนทั้งหมด 100% แต่หากจำเป็นต้องใช้เงินทุนจากสถาบันการเงิน ก็ไม่ควรขอสินเชื่อเกิน 60-70% ของการลงทุน และควรเลือกสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ มีเงื่อนไขในการผ่อนชำระระยะยาว และหากเป็นสินเชื่อเฉพาะทางเกี่ยวกับการลงทุนทำห้องเช่าก็จะยิ่งดี เพราะสินเชื่อดังกล่าวจะเอื้อประโยชน์ให้ผู้กู้มากกว่า

ธุรกิจห้องเช่า

5.ระยะเวลาคืนทุน

สำหรับการลงทุนสร้างห้องเช่าราคาถูก หากก่อสร้างเป็นห้องแถวชั้นเดียว จะมีระยะเวลาคืนทุนเร็วกว่าห้องเช่าประเภทอาคารที่มีหลายชั้น เนื่องจากการก่อสร้างห้องแถวชั้นเดียวมีต้นทุนในการก่อสร้างที่ต่ำกว่า

ในบางครั้งผู้ประกอบการเองก็ต้องเลือกชั่งใจว่าจะทำห้องเช่าแบบคิดราคาแพง วัสดุอุปกรณ์ดี มีเฟอร์นิเจอร์ครบ สภาพแวดล้อมดี หรือจะเลือกทำห้องเช่าแบบไม่ต้องลงทุนมาก ค่าเช่าไม่ต้องแพง หวังดึงกลุ่มลูกค้าคือคนส่วนใหญ่ที่เงินน้อย และไม่ได้คิดมากเรื่องที่อยู่

เรตค่าเช่าห้องในปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 2,000-4,000 บาท/เดือน และคอนโดเริ่มต้นที่ 7,000-8,000/เดือน ราคาเหล่านี้เรายังไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ จุดคุ้มทุนของธุรกิจห้องเช่าจะอยู่ที่ 6 – 10 ปี ถึงแม้จะได้ค่าเช่าห้องเป็นรายได้หลักแต่ต้องไม่ลืมต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยเฉพาะค่าซ่อมบำรุงที่เป็นปัญหาจุกจิกของธุรกิจนี้มาก ด้วยเหตุนี้การทำห้องเช่าราคาถูกจึงมีความเสี่ยงที่ต้องเจอกับปัญหาแบบรุมเร้า

ยิ่งไปเจอกับคู่แข่งในยุคนี้ที่เยอะมากอย่างพวกคอนโดบางโครงการก็เริ่มเห็นราคาที่พอจับต้องได้ ถ้ามองแต่ค่าเช่า
คอนโดอาจจะแพงกว่า แต่ถ้ามองเรื่ององค์ประกอบอื่นด้วย เช่น ถ้าเอาค่าไฟ/ค่าน้ำ/ค่าอินเตอร์เนต ที่จอดรถ ระบบรักษาความปลอดภัย รวมถึงภาพลักษณ์ทางสังคมมาเป็นปัจจัยร่วมด้วยจะเห็นว่าคอนโดมีแต้มต่อที่ดีกว่าอย่างชัดเจน

ในกรณีที่อยากทำห้องเช่าจริงๆ ถามว่าควรตั้งราคาแบบไหนให้เหมาะสม ส่วนใหญ่ใช้สูตรการคิดอิงจากขนาดเป็นตารางเมตร เช่น ห้องเช่าขนาด 33 ตารางเมตร ถ้าคิดราคาค่าเช่า 3,000 บาท/เดือน แสดงว่ามีอัตราค่าเช่าคิดต่อตารางเมตรเท่ากับ 90.90 บาท/ตร.ม. อาจไม่ใช่ตัวเลขที่ผู้ให้เช่าต้องการจะรู้ แต่ตัวเลขนี้มีผลต่อผู้เช่าที่จะเอาไปเทียบเคียงกับห้องเช่าในละแวกเดียวกัน

แม้การตั้งราคาห้องเช่าให้ถูกไว้ก่อนหวังดึงลูกค้ามากๆ จะดูน่าสนใจแต่ในระยะยาวจะกลายเป็นปัญหาที่น่าปวดหัวมาก ทางที่ดีสำหรับคนอยากทำธุรกิจนี้ก็พัฒนาคุณภาพห้องเช่าให้น่าอยู่ อัพราคาขึ้นมาสักหน่อย แต่คนเช่าได้รับความสบายใจเข้าไปด้วย ที่สำคัญตัวของราคาค่าเช่ายังสกรีนคนที่มาเช่าได้ในระดับหนึ่ง จะลดปัญหาเรื่องคุณภาพของผู้เช่าได้ด้วยเช่นกัน

อ้างอิง https://bit.ly/4irj8Tn

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy)

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด