หลังบ้านของธุรกิจร้านอาหารที่โตไว มีอะไรซ่อนอยู่!
รู้หรือไม่ว่าการทำธุรกิจร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จและเติบโตในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่รสชาติอาหารอร่อยเท่านั้น จำเป็นต้องมีระบบจัดการร้านที่แข็งแกร่งด้วย โดยระบบจัดการร้าน หรือที่หลายๆ คนเรียกว่า “ระบบหลังร้าน” จะเป็นเครื่องมือช่วยในการบริหารจัดการร้านอาหาร เพื่อให้เจ้าของร้านบริหารงานได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็น มาตรฐานสูตรอาหาร การจัดซื้อวัตถุดิบ การจัดการสต็อก การขายและชำระเงิน การจัดการพนักงาน การบัญชีและการเงิน การรายงานและวิเคราะห์ยอดขาย กำไร-ขาดทุน การทำโปรโมชัน การเก็บข้อมูลลูกค้า และอื่นๆ มากมาย
การวางระบบหลังบ้านที่ดีจะช่วยลดการทำงานซ้ำซ้อน และทำให้การบริหารจัดการร้านอาหารเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญช่วยให้เจ้าของร้านอาหารสามารถมองเห็นภาพรวมธุรกิจของตัวเองได้ในทุกมิติ
ยกตัวอย่างร้านอาหารชื่อดังในเมืองไทย ที่มีการวางระบบหลังบ้านได้อย่างแข็งแกร่งครบวงจร ทำให้ธุรกิจเติบโตเร็ว ขยายกิจการได้ง่าย และได้รับความนิยมจากลูกค้าจำนวนมากที่ไปใช้บริการ ร้านอาหารที่จะพูดถึงเชื่อว่ามีหลายๆ คนเคยไปใช้บริการมาแล้ว ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีเมื่อไปใช้บริการทุกครั้ง
ไม่เพียงแค่รสชาติอาหารอร่อยเป็นมาตรฐานทุกสาขาเท่านั้น ทางร้านยังให้บริการลูกค้าที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงินได้หลายรูปแบบ คอยแนะนำเมนูขายดีและเมนูใหม่ๆ ทุกครั้ง ปรับปรุงเมนูให้ตรงกับความต้องการลูกค้า ตลอดจนสร้างบรรยากาศร้านให้มีเอกลักษณ์และน่าดึงดูด เรียกได้ว่าลูกค้าได้เห็นอยากไปใช้บริการตอนนั้นเลย
ร้านแรก คือ ร้านขมิ้น Camin Cuisine & Cafe

ร้านอาหารใต้รสชาติต้นตำรับเหมือนแบบฝีมือแม่ เป็นร้านอาหารใต้เน้นรสชาติจัดจ้าน อาหารทุกจานที่เสิร์ฟลูกค้าไม่ได้ใส่ผงชูรส ปัจจุบันมีจำนวน 5 สาขา อาทิ เกษตรฯ, อารีย์, เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลฯ พระราม 9 และ ซีคอนฯ ศรีนครินทร์
การออกแบบร้านปลอดโปร่ง สบายๆ เมนูเด็ดของร้านมีหลายอย่าง เช่น แกงส้มปลากะพงยอดมะพร้าวอ่อน ไก่ทอดขมิ้น คั่วกลิ้มหมู ใบเลียงผัดไข่ หมูผัดกะปิ ผัดกะปิสะตอกุ้ง ยำส้มโอทับทิมสยาม ยำไตปลาแห้ง ยำผักกูดกันเชียงปู ลูกหยีโซดา ฯลฯ
ร้านสอง คือ ปลาร้าเด้อ

เป็นร้านอาหารอีสานต้นตำรับจากคนอุบลแท้ๆ เจ้าของร้านก็คือ “คุณธามม์ ประวัติตรี” อดีตผู้บริหาร Minor Food & Yum Restaurants ปัจจุบันเป็นผู้เชี่ยวชาญผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการธุรกิจร้านอาหาร มีประสบการณ์มากว่า 25 ปี
อาหารร้านปลาร้าเด้อจะมีรสชาติเหมือนกันทุกสาขา และทุกจานที่เสิร์ฟลูกค้า เพราะทางร้านมีระบบหลังบ้านที่เป็นมาตรฐาน โดยเฉพาะคู่มือการทำงานในครัว ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ การชั่ง การตวง การปรุง การตกแต่งจานอาหาร การเสิร์ฟ ฯลฯ
ปัจจุบันร้านปลาร้าเด้อมีจำนวน 2 สาขา คือ ถนนสีลม และ สาขาถนนตานี
ร้านสาม คือ อยากย่าง

ร้านอยากย่าง Yakyang French Bistro ร้านสไตล์ A la Carte เจ้าของร้านก็คือ “เชฟบิ๊ก-อรรถสิทธิ์ พัฒนเสถียรกุล” เจ้าของตำแหน่ง TOP CHEF Thailand 2023 ที่เริ่มต้นจากการทำอาหารพรีเมียมเดลิเวอรี่ช่วงโควิด เลือกใช้วัตถุดิบชั้นเยี่ยมเหมือนร้าน Fine Dining และสร้างสรรค์เป็นเมนูกินง่าย ให้เยอะ และรสชาติถูกปาก
เมนูยอดนิยมของร้านอยากย่าง ก็คือ สปาโคตรปู เมนูพาสต้าสุดอลัง ที่ยอดขายถล่มทลาย รวมถึง Beef Wellington เมนูซิกเนเจอร์ประจำร้าน ไสต์คอนเซ็ปต์ “อยากทำแต่ไม่อยากกิน” ใครอยากทานอาหารร้านนี้แนะนำให้จองโต๊ะล่วงหน้า เพราะทางร้านมีที่นั่งมีจำกัด ร้านค่อนข้างเล็ก เปิดให้บริการวันอังคาร-อาทิตย์ ร้านตั้งอยู่ที่พระราม 3 เจริญราษฎร์ 7
ทั้ง 3 แบรนด์ร้านอาหารมีการสร้างระบบหลังร้านให้แข็งแกร่งอย่างไร ถึงเป็นตัวช่วยให้ธุรกิจโตเร็วและได้รับความนิยม นั่นก็คือ POS เชื่อว่าใครที่เป็นเจ้าของร้านอาหารน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่ระบบ POS ที่จะพูดถึงในวันนี้ไม่ใช่ POS ที่เรามักเห็นตามร้านค้าทั่วๆ ไป ที่ใช้ได้แค่คีย์ขายเท่านั้น แต่เป็น Super POS ระบบจัดการร้านอาหารที่เป็นมากกว่า POS ทั่วไป
เพราะคอนเซ็ปต์ของ Super POS ไม่ใช่แค่ Point Of Sale แต่เป็น Point Of Success ระบบจัดการร้านอาหารที่มีประสิทธิภาพนำไปสู่ความสำเร็จ มีฟีเจอร์ครบครอบคลุมการจัดการร้านมากที่สุดในประเทศไทย
Super POS ถูกพัฒนาขึ้นมาได้อย่างไร แต่ละฟีเจอร์ของ Super POS ช่วยร้านอาหารและแตกต่างจากเจ้าอื่นในตลาดอย่างไร
จุดเริ่มต้น Super POS

ก่อนอื่นขอพาทุกท่านย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าที่ผ่านมา คุณจิตตวัฒน์ เริ่มต้นธุรกิจจากการทำร้านอาหาร ตั้งใจจะเสิร์ฟอาหารที่มีคุณภาพให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าที่มาใช้บริการที่ร้านรู้สึกเหมือนกินข้าวอยู่บ้านเพื่อน พอร้านอาหารเติบโตขึ้น ก็ได้เจอกับปัญหาต่างๆ มากมาย ไม่ใช่แค่เรื่องอาหาร หรือบริการ แต่รวมไปถึงปัญหาด้านการบริหารจัดการร้าน
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริหารสต็อกวัตถุดิบที่ต้องใช้เวลามากมาย การบริหารจัดการพนักงาน ที่สำคัญก็คือปัญหาในการคำนวณผลกำไร-ขาดทุน ตอนนั้นคุณจิตตวัฒน์รู้สึกว่าเสียเวลาไปกับการแก้ปัญหาเหล่านี้มากเกินไป
ระบบ POS ที่คุณจิตตวัฒน์ใช้ในช่วงแรกๆ ของการเปิดร้านอาหาร จะเป็น POS แบบธรรมดาทั่วไปที่มีอยู่ในตลาด ทำได้แค่คีย์ขายเท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้เข้าใจธุรกิจร้านอาหารของตัวเองเลย จึงอยากได้ระบบที่ทำให้รู้ว่าแต่ละช่วงเวลาร้านมีกำไรหรือขาดทุน
หลังจากนั้นคุณจิตตวัฒน์ก็นำปัญหาที่เจอมา เป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการได้จริง จึงถือเป็นจุดกำเนิดของ Super POS หรือ point of success ที่มาช่วยให้การบริหารจัดการร้านอาหารเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมยังช่วยลดต้นทุนให้ร้านอาหารได้มากกว่า 15%
จุดเด่นของระบบ Super POS สามารถช่วยให้เจ้าของร้านบริหารจัดการงานได้ง่ายขึ้น ไม่ยุ่งยากเหมือนแต่ก่อน ระบบการจัดการในแต่ละฟีเจอร์ใช้งานง่าย ตอบโจทย์เจ้าของร้านอาหารที่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยถนัดในเรื่องเทคโนโลยี
ที่สำคัญการพัฒนาระบบ Super POS เป็นการนำความเข้าใจในธุรกิจร้านอาหารมาประยุกต์ใช้ มีทีมงานจำนวนมากเดินสายออกไปพูดคุยกับเจ้าของร้านอาหารในหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้แน่ใจว่าระบบ Super POS สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดจริงๆ
ฟีเจอร์ช่วยเปลี่ยนแปลงวงการร้านอาหาร

ระบบจัดการร้านอาหาร Super POS ไม่ได้เป็นแค่ระบบคีย์ขายสินค้าธรรมดา แต่เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้เจ้าของร้านอาหารสามารถจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์เจ้าของร้าน สามารถมองเห็นภาพรวมธุรกิจได้ในทุกมิติ
- Dashboard P&L ช่วยให้เจ้าของร้านรู้สถานะงบกำไร-ขาดทุนของธุรกิจได้ทันที ทำให้เรารู้ต้นทุนที่แท้จริงของธุรกิจของเรา นำไปสู่การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ระบบจัดการขาย รองรับการขายในร้านอาหารได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารทั่วไป ร้านปิ้งย่างชาบู คาเฟ่ และรองรับการจัดโต๊ะภายในร้านได้หลากหลาย
- รองรับชำระเงินหลายรูปแบบ ร้านค้าสามารถตั้งค่าได้เองว่าจะรับการจ่ายเงินในรูปแบบใด เงินสด เงินโอน บัตรเครดิต เดบิต หรือระบบเดลิเวอรี่ได้ทุกแอป และยังรองรับบันทึกการจ่ายเงินในแบบ Entertain สำหรับกรณีรับรองลูกค้าส่วนตัว หรือรับรองอินฟลูเอนเซอร์ที่มาร่วมรีวิวร้าน เป็นต้น
- ระบบจัดการพนักงาน ช่วยวางแผนกะ คำนวณค่าแรง และติดตามเวลาทำงานได้อย่างแม่นยำ
- Super E-Menu สแกนดูเมนูออนไลน์ที่ลูกค้าสามารถกดสั่งอาหารได้ง่าย มีลูกเล่นในภาพอาหารช่วยเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น
- ระบบโปรโมชั่น รองรับการสร้างโปรโมชั่นที่หลากหลาย ที่ร้านอาหารสามารถเลือกตั้งค่าเองได้ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นลดราคา หรือการเลือกจัดเซ็ตจับคู่ตามที่ต้องการ
- จัดการสต็อกและวัตถุดิบ ลดความสูญเสียและเพิ่มความแม่นยำในการบริหารคลังสินค้า ตรวจสอบสต๊อกแบบเรียลไทม์ เมื่อมีการขายสินค้า สต๊อกควรถูกปรับลดโดยอัตโนมัติ และมีการแจ้งเตือนเมื่อสินค้าคงเหลือต่ำกว่าระดับที่กำหนด
- ระบบ CRM ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจและดูแลลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อของลูกค้า เพื่อวางแผนโปรโมชันที่ตรงใจลูกค้า หรือจัดทำโปรแกรมสะสมแต้มเพื่อกระตุ้นการกลับมาซื้อซ้ำ
- Inventory ยกระดับการจัดซื้อให้เป็นเรื่องง่าย ด้วยระบบ Inventory ใน Super POS สร้างใบ PR, PO ได้ครบในระบบเดียว พร้อมเก็บข้อมูล Supplier และประวัติการสั่งซื้ออย่างละเอียด ติดตามสถานะการสั่งซื้อแบบเรียลไทม์ ลดข้อผิดพลาด เพิ่มความแม่นยำในทุกขั้นตอน
- BOM (Bill of Materials) จัดการวัตถุดิบอย่างมืออาชีพควบคุมต้นทุนแบบแม่นยำ รู้ทันทีว่าแต่ละเมนูใช้วัตถุดิบอะไร ปริมาณเท่าไหร่ ช่วยลดของเสีย ลดต้นทุนส่วนเกิน สั่งซื้อวัตถุดิบได้พอดี ไม่มีขาด ไม่มีเกิน คำนวณ Food Cost เรียลไทม์ รู้ทันต้นทุนตลอดเวลา ให้ผู้ประกอบการบริหารร้านอาหารได้ง่ายขึ้น
- Quick Service ช่วยให้ร้านของคุณบริการลูกค้าได้เร็วและมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องเปิดบิลก่อน ลดเวลาการรอ เพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ เมื่อร้านสามารถให้บริการได้เร็ว ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีและกลับมาใช้บริการซ้ำ
- ตั้งค่าช่องทางการขาย เป็นระบบที่สำคัญมากสำหรับร้านในวันนี้ เพราะช่องทางการขายไม่ว่าจะหน้าร้านหรือออนไลน์เดลิเวอรี่มีมากมายหลายแพลตฟอร์ม ฟังก์ชันนี้จึงมีขึ้นเพื่อช่วยให้ร้านแบ่งช่องทางการขายได้ชัดเจน สร้างช่องทางการขายของตัวเองได้ โดยสามารถใส่ราคา GP% ตามจริง เพื่อคำนวณราคาขายของแต่ละช่องทาง พร้อมตั้งค่า vat ได้ด้วย
- จัดการเงินเดือนได้ครบวงจร ช่วยให้การบริหารร้านอาหารของคุณง่ายขึ้น คำนวณ Payroll อัตโนมัติได้แม่นยำและรวดเร็ว จัดการค่าคอมมิชชั่น, Service Charge, ภาษี และสวัสดิการได้ในระบบเดียว ลดความยุ่งยากในการคำนวณและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหาร ช่วยให้เจ้าของร้านจัดการเงินเดือนพนักงานได้ครบวงจร พร้อมให้ข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใส
นอกจาก Super POS จะมีฟีเจอร์สำหรับระบบจัดการร้านอาหารครบที่สุดเจ้าแรกและเจ้าเดียวแล้ว Super POS ยังเดินหน้าพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ธุรกิจร้านอาหารได้ตรงตามความต้องการมากที่สุด





มาถึงตรงนี้ ถ้าหากจะเปรียบเทียบระบบ Super POS กับ POS เจ้าอื่นๆ ในตลาดเมืองไทย จะเห็นได้ว่าแต่ละเจ้ามีฟีเจอร์หรือฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะสมกับธุรกิจในหลากหลายมิติเหมือนกัน แบรนด์ POS เจ้าอื่นๆ ในตลาดมีฟีเจอร์หลักๆ เช่น
- ระบบสแกนจ่าย
- เชื่อมต่อเครื่อง EDC อัตโนมัติ
- เช็คยอดขายผ่านแอปฯ มือถือ
- ระบบจัดการสต็อก
- ระบบจัดการสมาชิก CRM
- ระบบจัดการหลายสาขา
- ระบบจัดการร้านบุฟเฟ่ต์
- บริการลูกค้าทุกวัน 24 ชั่วโมง
ส่วนระบบ Super POS มีฟีเจอร์การบริหารจัดการร้านอาหารเหมือนกับแบรนด์ POS เจ้าอื่นๆ ในตลาดทุกอย่าง แต่สิ่งที่ Super POS แตกต่างและแบรนด์อื่นๆ ไม่มี ก็คือ ระบบจัดการเงินเดือนครบวงจร, ระบบจัดการพนักงาน และ Dashboard P&L ระบบที่ช่วยให้เจ้าของร้านรู้สถานะงบกำไร-ขาดทุนของธุรกิจได้ทันที

อาจเรียกได้ว่า Super POS มีให้ครบ จบทุกการจัดการ บริหารร้านได้ง่าย สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
สุดท้าย หัวใจสำคัญของการทำธุรกินร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จ ต้องมีวัตถุดิบคุณภาพดี รสชาติอร่อย วิธีการทำที่ถูกต้อง สะอาด ปลอดภัย ระบบจัดการที่ดี มีพนักงานที่เก่ง จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
- อยากสร้างแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Ive14C
- อยากทำเป็นแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3IrrH0k
- รู้เรื่องกฎหมาย สัญญาแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Iu5WNu
- รวมความรู้แฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Pe0m5s
อ้างอิงจาก คลิกที่นี่
สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น
ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี
ลักษณะงาน
- เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
- ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
- มอบหมายงานและติดตามงาน
- อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ
1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้
- ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
- ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
- การปฏิบัติงาน
- เป้าหมายในอนาคต
2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ
- การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
- การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
- การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
- การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)
3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)
- การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
- สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
- กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
- มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม
4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ
- แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
- แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์
5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์
- รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
- ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
- ปรับปรุงแก้ไข
- พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง
การปฎิบัติงาน
- สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
- ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา
เงื่อนไขอื่นๆ
- การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์
อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้
สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy)